Monday, August 25, 2008

ขอเชิญร่วมสร้างกุฏิศาลาเสนาสนะ และศาลาปฏิบัติธรรม

ขอเชิญร่วมสร้างกุฏิศาลาเสนาสนะ



ณ สวนปฏิบัติธรรม สายธาร - สายธรรม



ตำบลพุทธบาท อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์



สวนปฏิบัติธรรม "สายธาร - สายธรรม" เกิดจากนิมิตรหมายของ

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร ให้สร้างไว้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่ผู้ที่ไฝ่ในทาน

ศีล ภาวนา สถานที่สร้างได้รับแรงบันดาลใจในนิมิต

ที่เห็นทางเดินจงกรมของ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน


บนภูเขาลูกหนึ่งที่ ต.พุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์



ในวัน วิสาขบูชา 22 พ.ศ.2548 ที่ผ่านมาคณะเรือบุญปากน้ำ

ศิษย์ท่านพ่อลี ธมฺมธโร วัดอโศการาม

ได้มีโอกาสกราบเรียนหลวงตามหาบัว ญาณสมปันโน

เกี่ยวกับการสร้างสถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้

ท่านจึงให้พรให้การสร้างสำเร็จลุล่วง ไปด้วยดี


รายการก่อสร้าง


1.เจดีย์พระเกศแก้วจุฬามณี บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

และพระอรหันตธาตุ ไว้สักการะบูชา


2.กุฏิพระเถระสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ถวายแด่

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ทางเดินจงกรม

และต้นไม้ใหญ่ปลูกรอบบริเวณ


3.ศาลาปฏิบัติธรรม พร้อมห้องน้ำ ถนน

สะพานข้ามลำธาร ถังเก็บน้ำ และสิ่งจำเป็นอื่นๆ



ผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคได้ที่ คุณเรวดี ผลวัฒนาสุข


โทร.
08-1964-5877

Sunday, August 24, 2008

กำหนดการทอดกฐินมหากุศลสามัคคี










ขอเชิญร่วมทำบุญทอดกฐิน
มหากุศลสามัคคี


เพื่อสมทบทุนในการสร้างหอพระไตรปิฎกเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

วัดพรหมจริยาราม (แม่ก๊ะกาด) ตำบลตลาดใหญ่

อำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม 2551 เวลา 09.49 น.

กำหนดการตกแต่งดาทอดกฐินสามัคคี

วันเสาร์ ที่ 18 ตุลาคม 2551

วันตกแต่งดา ณ วัดพรหมจริยาราม (แม่ก๊ะกาด)

วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม 2551

เวลา 09.00น. ตั้งขบวนแห่องค์ผ้ากฐินมหากุศลสามัคคีจาก

บ้านพ.ต.ท.พายัพ – คุณนายรำพรรณ อุสิทธิ์

เวลา 09.49น. ประกอบพิธีสืบชะตาแก่ศรัทธาญาติโยมที่มาร่วมทอดกฐิน


-โดย ครูบาน้อย เตชปญฺโญ วัดศรีดอนมูลพระเกจิชื่อดังของเชียงใหม่

-พร้อมพระมหาเถระทรงสมณะศักดิ์ 13 รูป

-ประกอบพิธีถวายผ้ากฐิน

เวลา 11.00น. ถวายภัตตาเพลแด่พระสงฆ์-สามเณร

เวลา 12.00น. เชิญทุกท่านรับประทานอาหารกลางวัน

ทุกท่านที่ร่วมทำบุญครั้งนี้จะได้รับผ้ากาสายะ

ครูบาคำแสนใหญ่ชุดที่ท่านครองตอนมรณะภาพครับ

ท่านสามารถโอนเข้าบัญชี ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขา บ่อสร้าง

เลขที่บัญชี553-0-08286-6

ชื่อบัญชี สร้างหอพระไตรปิฎกวัดพรหมจริยาราม

หรือสามารถติดต่อเป็นเจ้าภาพได้ที่ 089-5584332

Thursday, August 21, 2008

ขอเชิญพุทธบริษัทร่วมสร้างมหากฐินทานวัดป่ากรรมฐาน ๙ วัด


ขอเชิญพุทธบริษัททุกท่านร่วมสร้างกฐินทานอันเป็นมหากุศล
กับวัดป่ากรรมฐานพ่อแม่ครูอาจารย์ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จำนวน๙ วัด
ตามแต่กำลังศรัทธาเนื่องในกฐินกาลปี ๒๕๕๑นี้โดยจะนำปัจจัยทั้งหมด
ที่ได้รับไปซื้อผ้ากฐิน เข็ม ด้าย สีย้อมผ้าถวายกับวัดป่ากรรมฐานดังนี้


๑.วัดป่าภูริทัตตถิราวาส (พระอาจารย์พยุง ชวนปุญโญ) ต.นาใน
อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

๒.วัดถ้ำกลองเพล(หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต) ต.โนนทัน อ.เมือง
จ.หนองบัวลำภู

๓.วัดป่าปทีปปุญญาราม(หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป) ต.โพนแพง
อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร

๔.วัดเจติยาคีรีวิหาร(พระอาจารย์แยง สุขกาโม) ต.นาแสง อ.ศรีวิไล
จ.หนองคาย

๕.วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม อ.ส่องดาว จ.สกลนคร

๖.วัดป่าแก้วชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

๗.วัดป่าบ้านหนองแสง (หลวงปู่สอ พันธุโล) อ.เมือง จ.ยโสธร

๘.วัดศรีอภัยวัน(หลวงปู่ท่อน ญาณธโร) ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย

๙.วัดป่าอร่ามรัตนาราม ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต


เชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมมหากุศลในครั้งนี้ได้ที่

ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาพระราม๔

ชื่อบัญชี นาย เจริญไท มานะโรจน์

เลขที่บัญชี 035-2 41446-8


และผมจะขอมอบพระสมเด็จฝังพระธาตุที่ได้รับการอธิษฐานจิต
โดยครูบาอาจารย์สายวัดป่าให้กับทุกท่านที่ร่วมบุญในครั้งนี้เป็นที่ระลึก
ท่านละ๑ องค์โดยส่งซองกันกระแทกจ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง
พร้อมแนบเงินค่าลงทะเบียน ๒๐ บาท หรือ ems ๔๐ บาท ส่งมาที่


คุณ เจริญไท มานะโรจน์

๑๘๑ ซอยภูมิจิตรถนนพระราม๔

เขตคลองเตย แขวงพระโขนง

กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
http://board.palungjit.com/showthread.php?t=145457

ขอเชิญร่วมอนุโมทนาบุญทอดกฐินสามัคคี วัดป่าเกษมสุข หลวงปู่จันทรา อนากุโล


ขอเชิญร่วมอนุโมทนาบุญถวายกฐินมหากุศล

หลวงปู่จันทรา อนากุโล ประธานสงฆ์

ณ วัดป่าเกษมสุข ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ๒๕๑๑๐

วันอาทิตย์ ที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๑


ขอเชิญร่วมอนุโมทนามหากุศล ถวายผ้ากฐิน

ณ วัดป่าเกษมสุข ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

เพื่อบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอริยะประเพณีที่สืบทอด
นับแต่ครั้งที่พระพุทธองค์ยังคงมีพระชนม์ชีพอยู่
จวบจนถึงปัจจุบัน กว่า ๒,๕๐๐ ปี ถือเป็นประเพณี
ที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย
มีความศรัทธาเลื่อมใสต่อบุญกฐินว่าเป็น "มหากุศล"
จะเป็นเหตุนำให้ผู้ได้มีส่วนในการทอดกฐินนั้น
ได้อานิสงค์และความสุขนับแต่ประจุบันและตลอดไป

กำหนดการ

วันเสาร์ ที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๑

เวลา ๑๔.๐๐ น. ตั้งองค์กฐิน

เวลา ๑๗.๐๐ น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ฉลององค์กฐิน


วันอาทิตย์ ที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๑

เวลา ๐๗.๐๐ น. ตักบาตร พระสงฆ์

เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายผ้ากฐิน

Sunday, August 17, 2008

ขอเชิญร่วมมหากุศลสร้างพระพุทธรูปหน้าตัก ๑๐.๓๙ ม.

วัดสระเพลง ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา
ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต
ด้วยการร่วมเป็นเจ้าสร้างพระพุทธรูปหล่อด้วยปูนทั้งองค์
"พระพุทธปฏิมากรบวรโลกนาถบรมศาสดา"
หล่อด้วยปูนทั้งองค์ ขนาดหน้าตัก ๑๐.๓๙ เมตร สุง ๑๓.๔๙ เมตร
จะทำพิธีวางศิลาฤกษ์ในวันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ นี้
เป็นพระพุทธรูปที่สวยงามด้วยพุทธลักษณ์มากอีกองค์หนึ่งของเมืองไทย
อย่าพลาดมหากุศลครั้งนี้เด็ดขาดจะบอกให้ หาโอกาสอย่างนี้อยากมาก
ติดต่อสอบถามได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๙-๘๖๕๑๗๙๕
หรือดูภาพได้ที่ www.watsrapleng.net

Saturday, August 16, 2008

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี

ขอเรียนเชิญท่านทั้งหลายร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี
ณ วัดพุองกะ หมู่ที่ 4 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
ในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2551 เวลา 12.00 น.
เพื่อหาทุนทรัพย์ในการจัดสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม
่ที่ยังก่อสร้างค้างอยู่ (ตามภาพ) ทดแทนหลังเก่า
ที่สภาพชำรุดทรุดโทรม (ตามภาพ)ดังนั้นจึงขอบอกบุญ
มายังท่านพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาอันเป็นกุศล
ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้
ขออำนาจพระศรีรัตนตรัยจงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว จงประสบแต่ความสุขและความเจริญในหน้าที่การงาน
การเงินการทอง การค้าการขาย ทุก ๆ ท่านเทอญ

หากต้องการร่วมทำบุญดังกล่าวแต่ไม่สามารถ
เดินทางมาร่วมทอดกฐินได้ ให้ดำเนินการ
ส่งธนาณัติสั่งจ่ายในนาม พระครูสมุห์อรุณสุนทโร
เจ้าอาวาสวัดพุองกะ หมู่ที่ 4 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค
จ.กาญจนบุรี 71150 ปณ.ไทรโยค
และกรุณาวงเล็บมุมซองว่าร่วมทำบุญทอดกฐินจากอินเตอร์เน็ต
รูปขนาดเล็ก
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ Name: DSC01287_resize.JPG Views: 0 Size: 133.1 KB ID: 381354 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ Name: DSC01290_resize.JPG Views: 0 Size: 140.9 KB ID: 381355 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ Name: DSC01293_resize.JPG Views: 0 Size: 140.6 KB ID: 381356
http://board.palungjit.com/showthread.php?t=144507

Thursday, August 14, 2008

ขอเชิญร่วมทอดกฐินสร้างพระปางไสยาสน์ ณ วัดสุขุมาราม ต.วังตะกู อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร



เนื่องด้วยวัดสุขุมารามได้ทำการก่อสร้าง"พระปางไสยาสน์"

ขนาดความยาว 25 วา สูง 7 วา ประดิษฐานภายในวัด

ที่ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับญาติโยมที่มาทำบุญเพิ่มขึ้น

ซึ่งดำเนินการสร้างโดยพระครูปลัดอนันท์ เจ้าอาวาสวัดท่าซุง

จ.อุทัยธานีและพระสมุห์โอ รองเจ้าอาวาสวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

พร้อมศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อฤาษี ที่ทุกท่านเลื่อมใส

ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างไปบ้างแล้ว ยังขาดทุนทรัพย

์อีกจำนวนมากจึงขอบอกบุญมายังทุกท่านที่เห็นคุณค่าของ

พระพุทธศาสนาที่จะดำรงต่อไปและเป็นที่กราบสักการบูชา

ของพุทธศาสนิกชนต่อไปตราบนานเท่านาน


ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย จงดลบันดาลให้ท่านที่ร่วมบุญ

จงประสบความสุขความเจริญ

ทำธุรกิจใดจงสัมฤทธิ์ผลตามที่หวังตั้งใจทุกประการนานเทอญ.


กำหนดการ

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551 (ตรงกับแรม 13 ค่ำ

เดือน 11)

10.00 น. ทำการทอดกฐินสามัคคี พระสงฆ์อนุโมทนา

11.00 น. ถวายภัตตาหารเพล และร่วมรับประทานอาหารพร้อมกัน



ประธานฝ่ายสงฆ์

พระครูปลัดอนันท์ พัทญาโณ เจ้าอาวาสวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี


รองประธานฝ่ายสงฆ์

พระสมุห์โอ ฐิตวโร รองเจ้าอาวาสวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี


ประธานฝ่ายฆราวาส

นายไพโรจน์ วงษ์ตระหง่าน

นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลวังตะกู พร้อมสมาชิกฯ ทุกท่าน


รองประธาน

ผู้ใหญ่ชัยวัฒน์ หรูประเสริฐรัตน์ ผู้ใหญ่ปรานี จันทร์โม้ ทายกห้อง รักษาพล

นายแกะ รัตนเกตุ นายสุม จันทร์โม้ นายสุวรรณ์ ประทุมมาส

ผู้ช่วยทองห่อ รักษาพล คุณสุนิตย์ คัตเลอร์ (จ.สุราษฏร์ธานี)


และศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

และชาวบ้านวังตะกูทุกท่านร่วมเป็นกรรมการ

http://board.palungjit.com/showthread.php?t=140020

Wednesday, August 13, 2008

ขอเรียนเชิญเป็นเจ้าภาพกฐินสามัคคีประจำปี ๒๕๕๑

ขอเรียนเชิญเป็นเจ้าภาพกฐินสามัคคีประจำปี ๒๕๕๑

ศิวโมกข์ พุทธบุตร และคณะศากยบุตรพุทธชิโนรส

ขอเรียนเชิญพุทธบริษัททั้งหลายร่วมบำเพ็ญกุศลเป็น

เจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีประจำปี ๒๕๕๑ ประมาณ ๒๘ วัด

ดังนี้


๑. วัดท่าขนุน ต.ท่าขนุน อ.กาญจนบุรี


๒. วัดพุทธบริษัท ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี


๓. วัดถ้ำทะลุ ต.สหกรณ์นิยม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี


๔. วัดเกาะพระฤาษี ต.สหกรณ์นิยม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี


กำหนดการทอดกฐินที่กาญจนบุรี วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๑

๕. วัดโสพณาราม ต.สันทราย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่


๖. วัดสันป่าฮัก ต.แม่สูน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ วัดนี้ต้องการปัจจัยก่อสร้างกุฏิสงฆ์

ก่อสร้างห้องสุขาใหม่ และบูรณะวัดที่ทรุดโทรมมาก


กำหนดการทอดกฐินที่ จ.เชียงใหม่ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๑

นอกจากนี้ ศิวโมกข์ และคณะเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี

ร่วมกับพี่น้องญาติธรรมหลายคณะ


คณะคุณภาร จิตธนบรรจง - คุณเชษฐ์ เตียสกุล วัดใหม่ประทานพร

วัดท่าช้าง จ.เชียงใหม่


คณะคุณตี๋เล็ก วัดพระพุทธบาทสี่รอย วัดพระธาตุมุงเมือง

วัดหนองก๋าย


คณะคุณพัชรบูลย์ สุตันติวรคุณ ประมาณ ๑๓ วัด


คณะคุณเต้อ สำนักสงฆ์พระพุทธบาทน้ำทิพย์ วัดพระพุทธบาทตะเมาะ

วัดพระธาตุดอยเวียง วัดป่าปฐมพุทธาราม

ศิวโมกข์ พุทธบุตรขออาราธนาบารมีคุณพระรัตนตรัย

โดยมีสมเด็จพ่อองค์ปฐมเป็นองค์ประธาน

ได้โปรดเมตตาอภิบาลรักษากำลังใจพุทธบริษัททั้งหลายที่ร่วมบุญกุศลในครั้งนี้

ให้ตั้งมั่นในความดี มีความคล่องตัวทุกประการ ตราบท้าวเข้าสู่พระนิพพานชาตินี้ด้วยเทอญ

หมายเหตุ ข้อความด้านบนคือ ใบฎีกาที่คุณศิวโมกข์ได้จัดพิมพ์ขึ้น ซึ่งคุณศิวโมกข์

เป็นผู้ที่มุ่งมั่นในการทำบุญกฐินมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว

แต่คุณศิวโมกข์ยังไม่สะดวกในการใช้อินเตอร์เน็ต ผมจึงได้ทำหน้าที่บอกบุญในที่นี้

แทนคุณศิวโมกข์ครับ

ผู้ที่ความประสงค์จะร่วมเป็นเจ้าภาพทำบุญกฐินสามัคคีประจำปี ๒๕๕๐ นี้สามารถ

โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขา ย่อยเดอะมอลล์บางกะปิ

ชื่อบัญชี นายกิตติฐานันดร์ ชิษณุพงศ์ เลขที่บัญชี ๔๔๙-๑-๑๗๑๑๑-๑

เพื่อที่จะได้นำไปร่วมทำบุญกฐินประจำปี ๒๕๕๑ กับคุณศิวโมกข์ค

http://board.palungjit.com/showthread.php?t=143216

Tuesday, August 12, 2008

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี 84,000 กอง

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี 84,000 กอง

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี

ณ วัดป่าปัญญโรจน์ ในวันที่ 1 พฤษจิกายน 2551 ตรงกับ

ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 12 จำนวน 84,000 กอง กองละ 82 บาท

เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้าง พระประธาน "พระพุทธประทานพร"

และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง

ขออานิสงค์นี้ช่วยดลบันดาลให้พระองค์จงประสบ

แต่ความสุขความเจริญ

ทรงพระชนมายุยิ่งยืนนานเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป

ร่วมบริจาคได้ที่ ธนาคารออมสิน สาขาแม่ระมาด

ชื่อบัญชี วัดป่าปัญญโรจน์ เลขที่ 04-2803-20-039345-0



เลขที่บัญชี 04-2803-20-039345-0

ธนาคารออมสิน สาขาแม่ระมาด


การทอดกฐิน เป็นประเพณีที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนอย่างหนึ่ง

นิยมทำกันตั้งแต่วันแรมค่ำเดือนสิบเอ็ด ไปจนถึงกลางเดือนสิบสอง

คำว่า กฐิน แปลว่า ไม้สะดึง คือกรอบไม้ชนิดหนึ่งสำหรับขึงผ้าให้ตึง

สะดวกแก่การเย็บ ในสมัยโบราณเย็บผ้าต้องเอาไม้สะดึงมาขึงผ้า

ให้ตึงเสียก่อน แล้วจึงเย็บเพราะช่างยังไม่มีความชำนาญเหมื่อน

สมัยปัจจุบันนี้ และเครื่องมือในการเย็บก็ยังไม่เพียงพอ เหมือนจักรเย็บผ้า

ในปัจจุบัน การทำจีวรในสมัยโบราณจะเป็นผ้ากฐินหรือแม้แต่จีวร

อันมิใช่ผ้ากฐิน ถ้าภิกษุทำเอง ก็จัดเป็นงานเอิกเกริกทีเดียว

เช่นตำนานกล่าวไว้ว่า การเย็บจีวรนั้น พระเถรานุเถระต่างมาช่วยกัน

เป็นต้นว่า พระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ พระมหากัสสปะ

แม้สมเด็จพระบรมศาสดาก็เสด็จลงมาช่วย ภิกษุสามเณรอื่น ๆ

ก็ช่วยขวนขวายในการเย็บจีวร อุบาสกอุบาสิกาก็จัดหาน้ำดื่มเป็นต้น

มาถวายพระภิกษุสงฆ์ มีองค์พระสัมมาสัมพุทธะเป็นประธาน โดยนัยนี้

การเย็บจีวรแม้โดยธรรมดา ก็เป็นการต้องช่วยกันทำหลายผู้หลายองค์

(ไม่เหมือนในปัจจุบัน ซึ่งมีจีวรสำเร็จรูปแล้ว)


ผ้ากฐิน โดยความหมายก็คือผ้าสำเร็จรูปโดยอาศัยไม้สะดึง

นิยมเรียกกันจนปัจจุบันนี้


การทอดกฐิน คือ การนำผ้ากฐินไปวางไว้ต่อหน้าพระสงฆ์อย่างต่ำห้ารูป

แล้วให้พระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งที่ได้รับมอบหมาย

จากคณะสงฆ์ทั้งนั้นเป็นเอกฉันท์ให้เป็นผู้รับกฐินนั้น


เขตกำหนดทอดกฐิน

การทอดกฐินเป็นกาลทาน ตามพระวินัยกำหนดกาลไว้ คือ

ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส

ใคร่จะทอดกฐิน ก็ให้ทอดได้ในระหว่างระยะเวลานี้

จะทอดก่อนหรือทอดหลังกำหนดนี้ ก็ไม่เป็นการทอดกฐิน

แต่มีข้อยกเว้นพิเศษว่า ถ้าทายกผู้จะทอดกฐินนั้น มีกิจจำเป็น

เช่นจะต้องไปในทัพ ไม่สามารถจะอยู่ทอดกฐินตามกำหนดนั้นได้

จะทอดกฐินก่อนกำหนดดังกล่าวแล้วพระสัมมาสัมพุทธะ

ทรงอนุญาตให้ภิกษะรับไว้ก่อนได้

การที่มีประเพณีทอดกฐินมีเรื่องว่า ในครั้งพุทธกาล

พระภิกษุชาวปาไถยรัฐ (ปาวา) ผู้ทรงธุดงค์ จำนวน ๓๐ รูป

เดินทางไกลไปไม่ทันเข้าพรรษา เหลือทางอีกหกโยชน์จะถึงนครสาวัตถี

จึงตกลงพักจำพรรษาที่เมืองสาเกตตลอดไตรมาส

เมื่อออกพรรษาจึงเดินทางไปเฝ้าพระบรมศาสดา

ณ เชตวันมหาวิหารนครสาวัตถี ภิกษุเหล่านั้นมีจีวรเก่า เปื้อนโคลน

และเปียกชุ่มด้วยน้ำฝน ได้รับความลำบากตรากตรำมาก

พระพุทธเจ้าจึงทรงถือเป็นมูลเหตุ

ทรงมีพุทธานุญาตให้ภิกษุที่จำพรรษาครบสามเดือนกรานกฐินได้

และให้ได้รับอานิสงส์ ห้าประการคือ

๑) เที่ยวไปไหนไม่ต้องบอกลา

๒) ไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบ

๓) ฉันคณะโภชน์ได้

๔) ทรงอติเรกจีวรได้ตามปรารถนา

๕) จีวรอันเกิดขึ้นนั้นจะได้แก่พวกเธอ และได้ขยายเขตอานิสงส์ห้าอีกสี่เดือน

นับแต่กรานกฐินแล้วจนถึงวันกฐินเดาะเรียกว่า มาติกาแปด

คือการกำหนดวันสิ้นสุดที่จะได้จีวร คือ กำหนดด้วยหลีกไป

กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ กำหนดด้วยตกลงใจ กำหนดด้วยผ้าเสียหาย

กำหนดด้วยได้ยินข่าว กำหนดด้วยสิ้นหวัง กำหนดด้วยล่วงเขต

กำหนดด้วยเดาะพร้อมกัน

ฉะนั้น เมื่อครบวันกำหนดกฐินเดาะแล้ว ภิกษุก็หมดสิทธิ์ต้องรักษาวินัยต่อไป

พระสงฆ์จึงรับผ้ากฐินหลังออกพรรษาไปแล้ว หนึ่งเดือนได้

จึงได้ถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมาจนทุกวันนี้

การทอดกฐินในปัจจุบัน ถือว่าเป็นทานพิเศษ

กำหนดเวลาปีหนึ่งทอดถวายได้เพียงครั้งเดียว ตามอรรถกถาฎีกาต่าง ๆ

พอกำหนดได้ว่าชนิดของกฐินมีสองลักษณะ คือ

จุลกฐิน การทำจีวร พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบท

ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้เสร็จภายในกำหนดหนึ่งวัน

ทำฝ้าย ปั่น กรอ ตัด เย็บ ย้อม ทำให้เป็นขันธ์ได้ขนาดตามพระวินัย

แล้วทอดถวายให้เสร็จในวันนั้น

มหากฐิน คืออาศัยปัจจัยไทยทานบริวารเครื่องกฐินจำนวนมากไม่รีบด่วน

เพื่อจะได้มีส่วนหนึ่งเป็นทุนบำรุงวัด คือทำนวกรรมบ้าง ซ่อมแซมบูรณของเก่าบ้าง

ปัจจุบันนิยมเรียกกันว่า กฐินสามัคคี

การทอดกฐินในเมืองไทย แบ่งออกตามประเภทของวัดที่จะไปทอด

คือพระอารามหลวง ผ้าพระกฐินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานด้วยพระองค์เอง หรือโปรดเกล้า ฯ

ให้พระบรมวงศานุวงศ์ผู้ใหญ่ไปพระราชทาน

เครื่องกฐินทานนี้จัดด้วยพระราชทรัพย์ของพระองค์เอง

เรียกว่า กฐินหลวง บางทีก็เสด็จไปพระราชทานยังวัดราษฎร์ด้วย

นิยมเรียกว่า กฐินต้น ผ้ากฐินทานนอกจากที่ได้รับกฐินของหลวงโดยตรงแล้ว

พระอารามหลวงอื่น ๆ จะได้รับ กฐินพระราชทาน ซึ่งโปรดเกล้า ฯ

พระราชทานผ้ากฐินทาน และเครื่องกฐินแก่พระบรมวงศานุวงศ์

ข้าราชบริพาร ส่วนราชการ หรือเอกชนให้ไปทอด

โดยรัฐบาลโดยกรมศาสนาจัดผ้าพระกฐินทาน และเครื่องกฐินถวายไป

ผู้ได้รับพระราชทานอาจจะถวายจตุปัจจัย

หรือเงินทำบุญที่วัดนั้นโดยเสด็จในกฐินพระราชทานได้

ส่วนวัดราษฎร์ทั่วไป คณะบุคคลจะไปทอดโดยการจองล่วงหน้า

ไว้ก่อนตั้งแต่ในพรรษา ก่อนจะเข้าเทศกาลกฐินถ้าวัดใดไม่มีผู้จอง

เมื่อใกล้เทศกาลกฐิน ประชาชนทายกทายิกาของวัดนั้น

ก็จะรวบรวมกันจัดการทอดกฐิน ณ วัดนั้นในเทศกาลกฐิน


การจองกฐิน

วัดราษฎร์ทั่วไป นิยมทำเป็นหนังสือจองกฐินไปติดต่อประกาศไว้

ยังวัดที่จะทอดถวาย เป็นการเผดียงสงฆ์ให้ทราบวันเวลาที่จะไปทอด

หรือจะไปนมัสการเจ้าอาวาสให้ทราบไว้ก็ได้

สำหรับการขอพระราชทานผ้าพระกฐินไปทอด ณ

พระอารามหลวงให้แจ้งกรมการศาสนา

เพื่อขึ้นบัญชีไว้กราบบังคมทูลและแจ้งให้วัดทราบ

ในทางปฏิบัติผู้ขอพระราชทานจะไปติดต่อกับทางวัดในรายละเอียดต่าง ๆ

จนก่อนถึงวันกำหนดวันทอด จึงมารับผ้าพระกฐิน

และเครื่องกฐินพระราชทานจากกรมศาสนา


การนำกฐินไปทอด

ทำได้สองอย่าง อย่างหนึ่งคือนำผ้ากฐินทานกับเครื่องบริวารที่จะถวาย

ไปตั้งไว้ ณ วัดที่จะทอดก่อน พอถึงวันกำหนดเจ้าภาพผู้เป็นเจ้าของกฐิน

หรือรับพระราชทานผ้ากฐินทานมาจึงพากันไปยังวัดเพื่อทำพิธีถวาย

อีกอย่างหนึ่ง ตามคติที่ถือว่าการทอดกฐินเป็นการถวายทานพิเศษแก่พระสงฆ์ที่

ได้จำพรรษาครบไตรมาส นับว่าได้กุศลแรง

จึงได้มีการฉลองกฐินก่อนนำไปวัดเป็นงานใหญ่

มีการทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านของผู้เป็นเจ้าของกฐิน และเลี้ยงผู้คน มีมหรสพสมโภช

และบางงานอาจมีการรวบรวมปัจจัยไปวัดถวายพระอีกด้วยเช่น ในกรณีกฐินสามัคคี

พอถึงกำหนดวันทอดก็จะมีการแห่แหนเป็นกระบวนไปยังวัดที่จะทอด

มีเครื่องบรรเลงมีการฟ้อนรำนำขบวนตามประเพณีนิยม


การถวายกฐิน

นิยมถวายในโบสถ์ โดยเฉพาะกฐินพระราชทาน

ก่อนจะถึงกำหนดเวลาจะเอาเครื่องบริวารกฐินไปจัดตั้งไว้ในโบสถ์ก่อน

ส่วนผ้ากฐินพระราชทานจะยังไม่นำเข้าไป พอถึงกำหนดเวลาพระสงฆ์ที่จะรับกฐิน

จะลงโบสถ์พร้อมกัน นั่งบนอาสนที่จัดไว้ เจ้าภาพของกฐิน

พร้อมด้วยผู้ร่วมงานจะพากันไปยังโบสถ์

เมื่อถึงหน้าโบสถ์เจ้าหน้าที่จะนำผ้าพระกฐินไปรอส่งให้ประธาน

ประธานรับผ้าพระกฐินวางบนมือถือประคอง นำคณะเดินเข้าสู่โบสถ์

แล้วนำผ้าพระกฐินไปวางบนพานที่จัดไว้หน้าพระสงฆ์ และหน้าพระประธานในโบสถ

คณะที่ตามมาเข้านั่งที่ ประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

แล้วกราบพระพุทธรูปประธานในโบสถ์แบบเบญจางคประดิษฐ์สามครั้ง

แล้วลุกมายกผ้าพระกฐินในพานขึ้น ดึงผ้าห่มพระประธานมอบให้เจ้าหน้าที่

รับไปห่มพระประธานทีหลัง แล้วประนมมือวางผ้าพระกฐินบนมือทั้งสอง

หันหน้าตรงพระสงฆ์แล้วกล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน จบแล้วพระสงฆ์รับ สาธุการ

ประธานวางผ้าพระกฐินลงบนพานเช่นเดิม แล้วกลับเข้านั่งที่

ต่อจากนี้ไปเป็นพิธีกรานกฐินของพระสงฆ์

กฐินของประชาชน หรือ กฐินสามัคคี หรือในวัดบางวัดนิยมถวายกันที่ศาลาการเปรียญ

หรือวิหารสำหรับทำบุญ แล้วเจ้าหน้าที่จึงนำผ้ากฐินที่ถวายแล้วไปถวายพระสงฆ์

ทำพิธีกรานกฐินในโบสถ์เฉพาะพระสงฆ์อีกทีหนึ่ง

การทำพิธีกฐินัตการกิจของพระสงฆ์ เริ่มจากการกล่าวคำขอความเห็นที่เรียกว่า

อปโลกน์ และการสวดญัตติทุติยกรรม คือการยินยอมยกให้

ต่อจากนั้นพระสงฆ์รูปที่ได้รับความยินยอม

นำผ้าไตรไปครองเสร็จแล้วขึ้นนั่งยังอาสนเดิม ประชาชนผู้ถวายพระกฐินทาน

ทายกทายิกา และผู้ร่วมบำเพ็ญกุศล ณ ที่นั้น

เข้าประเคนสิ่งของอันเป็นบริวารขององค์กฐินตามลำดับจนเสร็จแล้ว

พระสงฆ์ทั้งนั้นจับพัด ประธานสงฆ์เริ่มสวดนำด้วยคาถาอนุโมทนา ประธานหรือเจ้าภาพ

กรวดน้ำ และรับพรจนจบ เป็นอันเสร็จพิธี


คำถวายกฐิน

มีอยู่สองแบบด้วยกันคือ แบบเก่า และแบบใหม่ ดังนี้


คำถวายแบบมหานิกาย

อิมํ สปริวารํ กฐินจีวรทสฺสํ สงฺฆสฺส โอโณชยาม (กล่าวสามหน)

ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้าจีวรกฐิน พร้อมกับของบริวารนี้แก่พระสงฆ์

(กล่าวสามหน)


คำกล่าวแบบธรรมยุต

อิมํ มยํ ภนฺเต สปริวารํ กฐินจีวรทสฺสํ สงฺฆสฺส โอโณชยาม สาธุ โน ภนฺเต สงฺโฆ อิมํ

ปริวารํ กฐินจีวรทุสฺสํ ปฏิคฺคณฺหาตุ ปฏิคฺคเหตฺวา จ อิมินา ทุสฺเสน กฐินํ อตฺถรตุ อมฺหากํ

ฑีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้าจีวรกฐิน

กับของบริวารนี้แก่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับผ้ากฐิน

พร้อมกับของบริวารของข้าพเจ้าทั้งหลาย ครั้งรับแล้วจงกราลกฐินด้วยผ้าผืนนี้

เพื่อประโยชน์ และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนาน เทอญ ฯ


ผู้ประสงค์จะทอดกฐินจะทอดจะทำอย่างไร

พุทธศาสนิกชนทั่วไป ย่อมถือกันว่า การทำบุญทอดกฐินเป็นกุศลแรง

เพราะเป็นกาลทาน ทำได้เพียงปีละ 1

ครั้งและต้องทำในกำหนดเวลาที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้

ดังนั้นถ้ามีความเลื่อมใสใคร่จะทอดกฐินบ้างแล้ว พึ่งปฏิบัติดังต่อไปนี้

จองกฐิน เมื่อจะไปจองกฐิน ณ วัดใด พอเข้าพรรษาแล้ว

พึงไปมนัสการสมภารเจ้าวัดนั้น กราบเรียนแก่ท่านว่าตนมีความประสงค์จะขอทอดกฐิน

แล้วเขียนหนังสือปิดประกาศไว้ ณ วัดนั้น เพื่อให้รู้ทั่ว ๆ กัน

การที่ต้องไปจองก่อนแต่เนิ่น ๆ ก็เพื่อให้ได้ทอดวัดที่ตนต้องการ

หากมิเช่นนั้นอาจมีผู้อื่นไปจองก่อน นี้กล่าวสำหรับวัดราษฎร์

ซึ่งราษฎรมีสิทธิจองได้ทุกวัด แต่ถ้าวัดนั้นเป็นวัดหลวง

อันมีธรรมเนียมว่าต้องได้รับกฐินหลวงแล้ว ทายกนั้น ครั้นกราบเรียนเจ้าอาวาสท่านแล้ว

ต้องทำหนังสือยื่นต่อกองสัมฆการีกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ

ขอเป็นกฐินพระราชทาง ครั้นคำอนุญาตตกไปถึงแล้ว จึงจะจองได้

เตรียมการ ครั้นจองกฐินเรียบร้อยแล้ว เมื่อออกพรรษาแล้ว จะทอดกฐินในวันใด

ก็กำหนดให้แน่นอน แล้วกราบเรียนให้เจ้าวัดท่านทราบวันกำหนดนั้น

ถ้าเป็นอย่างชนบท สมภารเจ้าวัด ก็บอกติดต่อกับชาวบ้านว่าวันนั้นว่านี้เป็นวันทอดกฐิน

ให้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดหาอาหารไว้เลี้ยงพระ และเลี้ยงผุ้มาในการกฐิน

ครั้นกำหนดวันทอดกฐินแล้ว ก็เตรียมจัดหาเครื่องผ้ากฐิน คือไตรจีวร

พร้อมทั้งเครื่องบริขารอื่น ๆ ตามแต่มีศรัทธามากน้อย (ถ้าจัดเต็มที่มักมี 3 ไตร คือ

องค์ครอง 1 ไตร คู่สวดองค์ละ 1 ไตร)

วันงาน พิธีทอดกฐินเป็นบุญใหญ่ดังกล่าวมาแล้ว ดังนั้น โดยมากจึงจัดงานเป็น 2 วัน

วันต้นตั้งองค์พระกฐินที่บ้านของเจ้าภาพก็ได้ จะไปตั้งที่วัดก็ได้

กลางคืนมีการมหรสพครึกครื้นสนุกสนาน

ญาติพี่น้องและมิตรสหายก็มักจะมาร่วมอนุโมทนา รุ่งขึ้นเป็นที่วัดทอด ถ้าไปทางบก

ก็มีแห่ทางขบวนรถหรือเดินขบวนกันไป มีแตรวงหรืออื่น ๆ เป็นการครึกครื้น

ถ้าไปทางเรือก็มีแห่งทางขบวนเรือสนุกสนาน โดยมากมักแห่ไปตอนเช้า

และเลี้ยงพระเพล การทอดกฐิน จะทอดในตอนเช้านั้นก็ได้ ทอดเพลแล้วก็ได้

สุดแล้วแต่สะดวก การเลี้ยงพระ ถ้าเป็นอย่างในชนบท ชาวบ้านจัดภัตตาหารเลี้ยงด้วย

เจ้าของงานกฐินก็จัดไปด้วย อาหารมากมายเหลือเฟือ แม้ข้อนี้

ก็สุดแต่กาละเทศะแห่งท้องถิ่น

อนึ่ง ถ้าตั้งองค์กฐินในวัดที่จะทอดนั้น เช่น ในชนบทตอนเย็น

ก็แห่งองค์พระกฐินไปตั้งที่วัด กลางคืนมีการฉลองรุ่งขึ้น เลี้ยงพระเช้าแล้ว ทอดกฐิน

ถวายภัตตาหารเพล

การถวายผ้ากฐิน การถวายผ้ากฐินน้น คือ เมื่อพระสงฆ์ประชุมพร้อมกันแล้ว

เจ้าภาพอุ้มผ้ากฐินนั่งหันหน้าตรงต่อพระประธาน ตั้งนะโม 3 จบ

แล้วหันหน้ามาทางพระสงฆ์ กล่าวคำถวายผ้ากฐิน 3 จบ

ถ้าเป็นกฐินสามัคคีก็มักเอาด้วยสายสิญจน์โยงผ้ากฐิน เมื่อจับได้ทั่วถึงกัน

แล้วหัวหน้านำว่าคำถวาย ครั้นจบแล้ว พระสงฆ์รับว่า สาธุ

เจ้าภาพก็ประเคนผาไตรกฐินแก่ภิกษุผู้เถระ ครั้นแล้วประเคนเครื่องบริขารอื่น ๆ

เสร็จแล้ว พระสงฆ์ก็ทำพิธีมอบผ้าให้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นพระเถระ มีจีวรเก่า

รู้ธรรมวินัย ครั้นเสร็จแล้ว พระสงฆ์อนุโมทนา เจ้าภาพกรวดน้ำรับพร

ก็เป็นอันเสร็จพิธีการทอดกฐินเพียงนี้


พิธีกรานกฐิน

พิธิกรานกฐินเป็นพิธีฝ่ายภิกษุสงฆ์โดยเฉพาะคือภิกษุผู้ได้รับมอบผ้ากฐินนั้น

นำผ้ากฐินไปทำเป็นไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่ง เย็บ ย้อม แห้ง เรียบร้อยดีแล้ว เคาะระฆัง

ประชุมกันในโรงพระอุโบสถ ภิกษุผู้รับผ้ากฐิน

ถอนผ้าเก่าอธิษฐานผ้าใหม่ที่ตนได้รับนั้นเข้าชุดเป็นไตรจีวร

เสร็จแล้ว ภิกษุรูปหนึ่ง ขึ้นสู่ธรรมาสน์แสดงพระธรรมเทศนา

กล่าวคือเรื่องประวัติกฐินและอานิสงส์ครั้งแล้วภิกษุผู้รับผ้ากฐิน นั่งคุกเข่าตั้งนะโม 3 จบ

แล้วเปล่งวาจาในท่ามกลางชุมนุมนั้น ตามลักษณะผ้าที่กรานดังนี้

ถ้าเป็นผ้าสังฆาฏิ เปล่งวาจากรานกฐินว่า "อิมายสงฺฆาฏิยา กฐินํ อตฺถรามิ" แปลว่า

ข้าพเจ้ากรานกฐินด้วยผ้าสัมฆาฎินี้ (ในเวลาว่านั้นไม่ต้องว่าคำแปลนี้) 3 จบ

ถ้าเป็นผ้าอุตตราสงค์เปล่งวาจากรานกฐินว่า "อิมินาอุตฺตราสงฺเคน กฐินํ อตฺถรามิ"

แปลว่าจ้าพเจ้ากรานกฐิน ด้วยผ้าอุตตราสงค์นี้ 3 จบ

ถ้าเป็นผ้าอันตรวาสก (สบง) เปล่งวาจากรานกฐินว่า "อิมินา อนฺตรวาสเกน กฐินํ

อตฺถรามิ" แปลว่าข้าพเจ้ากรานกฐิน ด้วยผ้าอันครวาสกนี้ 3 จบ

ลำดับนั้น สงฆ์นั่งคุกเข่าพร้อมกันแล้วกรานพระ 3 หนเสร้จแล้ว ตั้งนโมพร้อมกัน 3 จบ

แล้วท่านผู้ได้รับผ้ากฐินหันหน้ามายังกลุ่มภิกษุสงษ์ กล่าวคำอนุโมทนาประกาศดังนี้

"อตฺถตํ อาวุโส สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทามิ" 3 จบ (แปลว่า อาวุโส!

กฐินสงฆ์กราบแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม ข้าพเจ้าขออนุโมทนา)

คำว่า อาวุโส นั้น

ถ้ามีภิกษุอื่นซึ่งมีพรรษามากกว่าภิกษุผู้ครองกฐินแม้เพียงรูปเดียวก็ตาม ให้เปลี่ยนเป็น
ภนฺเต

ต่อนั้น สงฆ์ทั้งปวงรับว่า สาธุ พร้อมกันแล้วให้ภิกษุทั้งปวง

อนุโมทนาเรียงองค์กันไปทีละรูป ๆ ว่า "อตฺถตํ ภนฺเต สงฺฆสฺส กฐินฺ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร

อนุโมทามิ" 3 จบสงฆ์ทั้งปวงรับว่า สาธุ ทำดังนี้ จนหมดภิกษุผู้ประชุมอนุโมทนา

(ถ้าผู้อนุโมทนา มีพรรษษแก่กว่าสงฆ์ทั่งปวง ให้เปลี่ยนคำว่า ภนฺเต เป็น อาวุโส)

ในการว่าคำอนุโมทนานี้พึงนั่งคุกเข่าประนมมือเสร้จแล้วจึงนั่งพับเพียงลง

เมื่อเสร็จแล้ว ให้นั่งพร้อมกันคุกเข่าประนมมือ หันหน้าตรงต่อพระพุทธปฏิมา

ว่าพร้อมกันอีก 3 จบ แต่ให้เปลี่ยนคำว่า อนุโมทามิ เป็น อนุโมทาม

เป็นอันเสร็จไปชั้นหนึ่ง

ต่อแต่นั้นกราบพระ 3 หน นั่งพับเพียบ สวดปาฐะและคาถาเนื่องด้วยกรานกฐิน

จบแล้วก็เป็นเสร็จพิธีการกรานกฐิน


อานิสงส์กฐินสำหรับพระ

ในพระวินัย ระบุอานิสงส์กฐินไว้ 5 คือ

1. เข้าบ้านได้โดยมิต้องบอกลาภิกษุด้วยกัน

2. เอาไตรจีวรไปโดยไม่ครบสำรับได้

3. ฉันอาหารเป็นคณะโภชน์ได้

4. เก็บจีวรไว้ได้ตามปรารถนา

5. ลาภที่เกิดขึ้นเป็นของเธอผู้จำพรรษาในวัดนั้น


อนิสงส์กฐินสำหรับผู้ทอด

โดยทั่วไปผู้เขียนเองและแม้ผู้รู้บางท่านก็ยังไม่เคยพบในพระบาลีที่ระบุไว้โดยตรง


แต่ว่าการทอดกฐินเป็นกาลทาน ปีหนึ่งทำได้ครั้งเดียว วันหนึ่งทำได้ครั้งเดียวในปีหนึ่ง ๆ

ต้องทำภายในกำหนดเวลา และผู้ทอดก็ต้องตระเตรียมจัดทำเป็นงานใหญ่

ต้องมีผู้ช่วยเหลือหลายคน จึงนิยมกันว่าเป็นพิธีบุญที่อานิสงส์แรง น่าคิดอีกทางหนึ่งว่า

พิธีเช่นนี้ได้ทั้งโภคสมบัติ เพราะเราเองบริจาค

ได้ทั่งบริวารสมบัติเพราะได้บอกบุญแก่ญาติมิตรใหมาร่วมการกุศล กาลทานเช่นนี้

เรียกว่า ทานทางพระวินัย


คำถวายผ้ากฐิน อย่างมหานิกาย

อิมํ สปริวารํ กฐินจีวรทุสฺสํ สงฺฆสฺส โอโณชยาม (ว่า 3 หน)

แปลว่า "ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้ากฐินจีวรกับทั้งบริวารนี้ แด่พระสงฆ์"

คำถวายผ้ากฐิน อย่างธรรมยุตติกนิกาย

อิมํ ภนฺเต สปริวารํ กฐินนทุสฺสํ สงฺฆสฺส โอโณชยาม สาธุ โน ภนฺเต สงฺโฆ อิมํ

สปริวารํ กฐินทุสฺสํ ปฏิคฺคณฺหาตุ ปฏิคฺคเหตฺวา จ อิมินา ทุสฺเสน กฐินํ อตฺถรตุ

อมฺหากํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย

แปลว่า "ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวายผ้ากฐิน พร้อมทั้งบริวารนี้

ของข้าพเจ้าทั้งหลาย และครั้นรับแล้วขอจงกรานกฐินด้วยผ้านี้

เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนานเทอญ"


หมายเหตุ

ในการทอดกฐินนี้ ยังมีกฐินและข้อพิเศษที่ควรนำมากล่าวไว้ด้วย คือ 1. จุลกฐิน

2.ธงจระเข้

1. จุลกฐิน มีกฐินพิเศษอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่าจุลกฐินเป็นงานที่มีพิธีมาก

ถือกันว่ามาแต่โบราณว่า มีอานิสงส์มากยิ่งนัก วิธีทำนั้น คือเก็บผ้ายมากรอเป็นด้วย

และทอให้แล้วเสร็จเป็นผืนผ้าในวันเดียวกัน และนำไปทอดในวันนั้น กฐินชนิดนี้

ต้องทำแข่งกับเวลา มีผู้ทำหลายคน แบ่งกันเป็นหน้าที่ ๆ ไป

ในปัจจุบันนี้ไม่ค่อยนิยมทำกันแล้ว

"วิธีทอดจุลกฐินนี้ มีปรากฏในหนังสือเรื่องคำให้การชาวกรุงเก่าว่า

บางทีเป็นของหลวงทำในวันกลางเดือน 12 คือ ถ้าสืบรู้ว่าวัดไหนยังไม่ได้รับกฐิน

ถึงวันกลางเดือน 12

อันเป็นที่สุดของพระบรมพุทธานุญาตซึ่งพระสงฆ์จะรับกฐินได้ในปีนั้น

จึงทำผ้าจุลกฐินไปทอด มูลเหตุของจุลกฐินคงเกิดแต่จะทอดในวันที่สุดเช่นนี้

จึงต้องรีบร้อนขวนขวายทำให้ทัน เห็นจะเป็นประเพณีมีมาเก่าแก่


เพราะถ้าเป็นชั้นหลังก็จะเที่ยวหาซื้อผ้าไปทอดได้หาพักต้องทอใหม่ไม่"

(จากวิธีทำบุญ ฉบับหอสมุด หน้า 119)

2. ธงจระเข้ ปัญหาที่ว่าเพราะเหตุไรจึงมีธงจระเข้ยกขึ้นในวัดที่ทอดกฐินแล้ว

ยังไม่ปรากฎหลักฐาน และข้อวิจารณ์ อันสมบูรณ์โดยมิต้องสงสัย เท่าที่รู้กันมี 2 มติ คือ



1. ในโบราณสมัย การจะเดินทางต้องอาศัยดาวช่วยประกอบเหมือน เช่น

การยกทัพเคลื่อนขบวนในตอนจวนจะสว่าง จะต้องอาศัยดาวจระเข้นี้

เพราะดาวจระเข้นี้ขึ้นในจวนจะสว่าง การทอดกฐิน มีภาระมาก บางทีต้องไปทอด ณ

วัดซึ่งอยู่ไกลบ้าน ฉะนั้น การดูเวลาจึงต้องอาศัยดาว พอดาวจระเข้ขี้น

ก็เคลื่อนองค์กฐินไปสว่างเอาที่วัดพอดี และต่อมาก็คงมีผู้คิดทำธงในงานกฐิน ในชั้นต้น

ก็คงทำธงทิวประดับประดาให้สวยงานทั้งที่องค์กฐิน ทั้งที่บริเวณวัดและภายหลัง

คงหวั่นจะให้เป็นเครื่องหมายเนื่องด้วยการกฐิน ดังนั้น จึงคิดทำธงรูปจระเข้

เสมือนประกาศให้รู้ว่าทอดกฐินแล้ว

2. อีกมติหนึ่งเล่าเป็นนิทานโบราณว่า ในการแห่กฐินในทางเรือของอุบาสกผู้หนึ่ง

มีจระเข้ตัวหนึ่งอยากได้บุญจึงอุตส่าห์ว่ายตามเรือไปด้วย

แต่ยังไม่ทันถึงวัดก็หมดกำลังว่ายตามต่อไปอีกไม่ไหว จึงร้องบอกอุบาสกว่า

เหนื่อยนักแล้ว ไม่สามารถจะว่ายตามไปร่วมกองการกุศล

วานท่านเมตตาช่วยเขียนรูปข้าพเจ้า เพื่อเป็นสักขีพยานว่าได้ไปร่วมการกุศลด้วยเถิด

อุบาสกผู้นั้นจึงได้เขียนรูปจระเข้ยกเป็นธงขึ้นในวัดเป็นปฐม และสืบเนื่องมาจนบัดนี้

http://board.palungjit.com/showthread.php?t=143118

Monday, August 11, 2008

ร่วมบุญมหากุศลถวายพระธาตุพร้อมองค์พระสิวลี และทอดผ้าป่าสามัคคี

ชมรมพระธาตุล้านนา ขอเรียนเชิญร่วมบุญมหากุศล


ถวายพระธาตุพร้อมองค์พระสิวลี และทอดผ้าป่าสามัคคี

สมทบทุนสร้างพระวิหาร ณ วัดทุ่งปุย บ้านร่องน้ำ

อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ในวันที่ ๙ เดือน ๙ กันยายน ๒๕๕๑>>


> >


จากการที่ชมรมพระธาตุล้านนาได้ร่วมบุญมหากุศล

ถวายพระบรมสารีริกธาตุ และเทียนพรรษาประจำปี ๒๕๕๑

เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฏาคมที่ผ่านมา ณ วัดทุ่งปุย บ้านร่องน้ำ

อ.สันป่าตองจ.เชียงใหม่ทำให้ได้เห็นสภาพโดยทั่วไป

ของวัดแห่งนี้ว่ากำลังก่อสร้างพระวิหารยังไม่แล้วเสร็จ

ขณะนี้ต้องหยุดชะงักไปด้วยไม่มีปัจจัยในการดำเนิน

การก่อสร้างต่อ แต่เดิมวัดแห่งนี้เป็นวัดร้า่งมาก่อน

จนกระทั่งเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พระอธิการดวงคำ

จันทธัมโมได้มาพัฒนาร่วมกับชาวบ้านร่องน้ำเมื่อสิบกว่าปีก่อน

จนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาจึงได้รับการจัดตั้งให้เป็นวัดขึ้นมา

เมื่อหลายปีก่อนวัดทุ่งปุยแห่งนี้ได้เริ่มก่อสร้างพระธาตุเจดีย

์ขึ้นมาใหม่ครอบของเดิิมซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ปรักหักพัง

จนเหลือเป็นเพียงกองดินเท่านั้น ให้มีสภาพที่สวยงามดังเช่นปัจจุบัน

เป็นศูนย์รวมศรัทธาชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ จากนั้นก็ได้

สร้างศาลาอเนกประสงค์ขึ้นมาเพื่อใช้งานอันเป็นประโยชน์

ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งก็มีขนาดไม่ใหญ่นัก ส่วนกุฏิพระ

ก็มีขนาดเล็กมากจากนั้นทางวัดและชาวบ้านจึงได้มีศรัทธา

ก่อสร้างพระวิหารขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระโบราณอายุ

หลายร้อยปีที่ขุดพบในบริเวณวัด และจะได้เป็นที่ประกอบ

พิธีกรรมทางศาสนา แต่ก็ยังขาดปัจจัยอีกเป็นจำนวนมาก

ไม่แล้วเสร็จจนถึงปัจจุบัน

(*ภาพจำลององค์พระสิวลี)


ชมรมพระธาตุล้านนาจึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา

ทุกท่านร่วมบุญมหากุศล เป็นเจ้าภาพถวายผ้าป่าสามัคคี

เพื่อสมทบทุนก่อสร้างพระวิหาร วัดทุ่งปุย

และในการนี้ทางชมรมฯจะได้จัดพระธาตุพระสิวลี

พร้อมทั้งรูปหล่อองค์พระสิวลีทองเหลือง ลงรักปิดทอง

ขนาดความสูง ๓๙ ซ.ม. ถวายวัดในการนี้ด้วย

เนื่องจากในวันที่ ๙ เดือน๙ ของทุกปี ทางชมรมฯถือเป็นวันมงคล

จึงได้จัดร่วมบุญกันขึ้นเป็นประจำเช่นทุกๆปีที่ผ่านมา
>>
โดยการร่วมบุญในครั้งนี้ทางชมรมฯจะจัดเป็นกองบุญ

กองละ ๙๙๙ บาท ท่านที่มีจิตศรัทธาจะร่วมเป็นเจ้าภาพ

ในครั้งนี้ท่านสามารถโอนเงินทำบุญมาได้ที่ประธานชมรม

คุณสมจินต์ คล่องอักขระ ธนาคารไทยพาณิชย์

สาขาบิ๊กซีบางนา-ตราด กม.3 ออมทรัพย์

หมายเลขบัญชี 117-2 46769-7 หรือที่ธนาคารกรุงไทย

สาขาสรรพาวุธ ออมทรัพย์ หมายเลขบัญชี 180-0-05466-1

เมื่อท่านโอนเงินร่วมบุญมาแล้วกรุณาแจ้งยอดเงิน

ชื่อนามสกุลที่อยู่ มาทางอีเมล์ pratatlanna@yahoo.com

เท่านั้นครับ

>ท่านที่ต้องการรับซองผ้าป่า กรุณาแจ้งชื่อ นามสกุล ที่อยู่

จำนวนซองที่ต้องการนำไปแจกบอกบุญ

มาได้ที่อีเมล์pratatlanna@yahoo.com ครับ

*ทุกซองจะมีของที่ระลึกสำหรับผู้ร่วมบุญ เป็นรูปภาพพระบรมสารีริกธาตุ

และดินจากสังเวชนียสถาน๔ อินเดียครับ*
>
>>
เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติธรรมสร้างทานบารมีธรรม ของท่านในครั้งนี้

ทางชมรมฯขอมอบชุดพระธาตุ และวัตถุมงคลที่ระลึก ๙ อย่างให้ท่านดังนี้


>>
๑.พระบรมสารีริกธาตุ

(สัณฐานข้าวสารหัก และเมล็ดพันธุ์ผักกาด)๙ องค์>>


๒.พระบรมสารีริกธาตุ(พรรณใสดจเพชร หทัยธาตุ) ๙ องค์>>


๓.ธาตุพระโมคคัลลานะ >>


๔.ผงพระสิวลี>>


๕.ธาตุพระสิวลี>>


๖.อรหันตธาตุ(ไม่ทราบพระนาม)>>


๗.พระรอด*>>


๘.พระสิืวลี องค์ทองเหลืองเคลือบสีทองคำ*>>


๙.พระผงพระสิวลี*>>


*๗,๘,๙ ได้รับมอบมาจากผู้มีจิตศรัทธาหลายท่าน

เป็นวัตถุมงคลที่ได้รับพุทธบารมีจากพระบรมสารีริกธาตุ

และพระธาตุเจ้าทั้งหลาย โดยทางชมรมฯได้นำ

ใส่ในสลุงเงิน(ขันเงิน) แล้วนำไปวางไว้ใต้แท่นประดิษฐาน

พระบรมสารีริกธาตุหลายๆครั้งทีี่่ทางชมรมฯได้ไป

จัดนิทรรศการให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการบูชาครับ*


http://www.pratatlanna.com/

__________________
"พุทธบูชา มหาเตชะวันโต"


การบูชาพระพุทธเจ้ามีอานิสงส์อย่างยิ่ง

http://board.palungjit.com/showthread.php?t=1433